secondary packaging คืออะไร

secondary packaging คืออะไร

News Comments Off

ก่อนที่เราจะต้องทำความรู้จักก่อนว่าบรรจุภัณฑ์แบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่ บรรจุภัณฑ์หลัก (Primary Packaging) และ บรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ (Secondary Packaging) โดยบรรจุภัณฑ์หลักนี้จะเป็นมีหน้าสัมผัสที่ถูกกับตัวผลิตภัณฑ์ภายในและบางครั้งเรียกว่าบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคหรือขายปลีก วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์หลักคือเพื่อปกป้องและ / หรือรักษาผลิตภัณฑ์จนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค มีตัวอย่างต่างของบรรจุภัณฑ์หลักที่บางครั้งอาจมีหลายองค์ประกอบสำหรับหนึ่งผลิตภัณฑ์ อย่างเช่นขวดเบียร์ ซึ่งประกอบไปด้วยขวดแก้วบรรจุของเหลวและติดป้ายฉลาก ทั้งสองจัดได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์หลัก

บรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิคืออะไร (Secondary Packaging)

วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์แบบที่สอง หรือบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิคือเพื่อวัตถุประสงค์ในการแสดงแบรนด์เพื่อการขนส่ง เช่นเดียวกับการปกป้องระหว่างการขนส่งบนรถ และมักจะถูกใช้สำหรับบรรจุเครื่องดื่ม, อาหารและเครื่องสำอาง เป็นส่วนนอกที่ทับอยู่บน บรรจุภัณฑ์หลัก นอกจากนี้ยังสามารถนำไปวางบนชั้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้า ช่วยให้ลูกค้าเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นของบริษัทใด อีกทั้งสะดวกที่พนักงานจะจัดเรียงสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ประกอบไปด้วย บรรจุภัณฑ์พร้อมขายปลีก (RRP), บรรจุภัณฑ์พร้อมชั้นวาง (SRP) และบรรจุภัณฑ์พร้อมชั้นวาง (CDUs)

บรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิคือการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ด้วยกระดาษแข็งลูกฟูกที่มีคุณภาพสูง เช่นการพิมพ์ LITHO PRINTED PACKAGING เป็นเทคนิคการพิมพ์สมัยใหม่ ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การตัดสินใจซื้อของลูกค้าด้วยภาพลักษณ์และสีสันของคุณภาพสิ่งพิมพ์ ด้วยการคิดแบรนด์และการออกแบบที่ดีจะทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าซื้อมากกว่าการผลิตแบบอื่นๆ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ คือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นในการผลิต บรรจุภัณฑ์สามารถทำสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าและอาจเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์สามารถคิดเป็นร้อยละ 40 ของราคาขายของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเช่นอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

ผลเสียจากการผลิตบรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์เป็นขยะที่ติดอันดับต้นๆ ที่เรากำลังพบในปัญหาขยะล้น โดยในประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณขยะทั้งหมด และวัสดุจำนวนมากที่นำมาใช้ในการผลิตก็ไม่เหมาะสำหรับการนำกลับมารีไซเคิล ตัวอย่างเช่นพลาสติกรีไซเคิลหลายประเภทอาจไม่ได้นำกลับมาใช้ในภาชนะบรรจุอาหาร แม้ว่าพลาสติกดั้งเดิมจะมาจากการเป็นภาชนะบรรจุอาหารมาก่อน สุดท้ายขยะทั้งหมดจะจบลงที่หลุมฝังกลบ และรอคอยวันย่อยสลายไปอีกหลายร้อยหลายพันปี จึงเห็นได้ว่าถ้าสินค้าแต่ละชิ้นมีขยะเพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง เท่ากับว่าปริมาณขยะอาจจะเพิ่มทวีคูณเลยก็เป็นได้ ดังนั้นการจะแก้ปัญหาคือการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก แต่แน่นอนว่าราคามันจะไม่ถูกและหลายบริษัทก็เลือกที่จะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ของพวกเขา

Author

Back to Top